Hillbilly-Elegy บันทึกหลังเขา

Hillbilly-Elegy บันทึกหลังเขา

24 February, 2021

Hillbilly-Elegy บันทึกหลังเขา หนัง Original Netflix สร้างจากบันทึกเรื่องราวของ J.D. Vance ซึ่งเป็นนักเขียนที่จบกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเยล (Yale) และได้เขียนเรื่องราวชีวประวัติของตนเองในช่วงที่กำลังอยู่ในหัวเลี้ยวหัวต่อของการจบไปทำงาน ซึ่งมีผลไปถึงอนาคตสำคัญของเขา

แต่ในระหว่างนั้นเองแม่ของเขาที่เป็นอดีตอันเลวร้ายทั้งติดยาเสพติด และทุบตีทำร้าย ข่มเหงจิตใจเขา กลับต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ทำให้เขาต้องเลือกระหว่างอนาคตหรือการกลับไปแก้ไขอดีตเลวร้ายจากแม่อีกครั้ง

ตัวนิยายเล่มนี้ใช้ชื่อเดียวกันกับชื่อหนังเรื่องนี้ และก็กลายมาเป็นหนังสือขายดีติดนิวยอร์คไทม์สองปีซ้อน ในปี 2016 และ 2017 เรื่องราวว่าด้วยช่วงชีวิตรอยต่อของปัญหาเด็กบ้านนอกที่เติบโตมาแบบกระท่อนกระท่อน ขาดแคลนทั้งเงินสนับสนุน หรือพื้นฐานครอบครัวที่ดี แต่เขากลับสอบติดมหาวิทยาลัยเยล ที่ขึ้นชื่อว่าเข้ายากที่สุดในอเมริกา หรือของโลกเลยก็ว่าได้ ตัวเรื่องใช้ช่วงเวลาปีสุดช่วงหาที่ฝึกงานของตัวเอก J.D. ที่มีเวลาจำกัด และก็ยังไม่ได้จะหางานที่ดีได้ง่าย

แม้ตอนนั้นเขาเองจะเรียนมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่าดีอันดับต้น แต่ค่าเทอมและรายได้ที่เลี้ยงตัวเขาก็มาจากการหางานพาร์ทไทม์หลายที่รวมกันอยู่ดี ดังนั้นการที่จบแล้วได้งานที่ต้องการตามสายได้สำเร็จจึงสำคัญมาก แต่แล้วเขากลับต้องเอาเวลาช่วงสำคัญนี้กลับมาบ้านเกิดที่โอไฮโอ ที่เป็นเมืองบ้านนอกมากๆ ในสายตาคนอเมริกันทั่วไป แต่ที่นี่เองที่เขามีความทรงจำฝังใจทั้งดีและไม่ดีอัดแน่นอยู่

โดยเฉพาะเรื่องราวของเขากับแม่ (เล่นโดย Amy Adams) ที่เป็นคนสวย ฉลาดต้นๆ ของโรงเรียน แต่กลับใช้ชีวิตผิดพลาดท้องตั้งแต่ยังสาว และก็กลายมาเป็นแม่เลี้ยงลูกสองคนแบบหาเช้ากินค่ำไร้อนาคต หว่านเสน่ห์หาผู้ชายไปเรื่อยๆ แถมยังติดยาเสพติด รวมถึงมีอาการทางจิตไม่ปกติแปรปรวนเหมือนเป็นไบโพล่าร์ ซึ่งการกลับมาครั้งนี้เนื่องจากแม่เสพยาเกินขนาดจนช็อคเข้าโรงพยาบาล และเกินกำลังที่พี่สาวของเขาจะช่วยได้ ภาระจึงตกมาอยู่ที่ตัว J.D. ที่มีอดีตไม่ดีกับแม่เป็นส่วนใหญ่ เขาเติบโตขึ้นมาจากยาย (เล่นโดย Glenn Close) ที่เอาเขาไปเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนแทนแม่ จนทำให้ชีวิตแย่ๆ ของเขาตอนอยู่กับแม่ได้พลิกฟื้นขึ้นมาใหม่เป็นผู้เป็นคนได้อีกครั้ง

นี่เป็นหนังที่เดินเรื่องแบบเยียวยาปัญหาครอบครัวในหลายๆ ด้าน ซึ่งตัวเรื่องเผยให้เห็นแต่แรกว่าตัวเอก J.D. แม้จะมีอนาคตที่สดใสรออยู่ แต่เขาก็เลือกที่จะมาสะสางอดีตที่มีกับแม่ หนังใช้การเดินทางกลับมาบ้านนอก มาพบกับชีวิตหลังเขาตามชื่อเรื่อง ได้เห็นสิ่งต่างๆ ในปัจจุบันที่ทำให้เขาหวนนึกถึงช่วงเวลาสำคัญของชีวิตในวัยเด็กที่นี่ โดยเรื่องจะตัดสลับย้อนอดีตไป 10 กว่าปีก่อน และใช้นักแสดงเด็ก Owen Asztalos เล่นประสานคู่กับช่วงวัยหนุ่มได้อย่างลงตัวเหมือนเป็นคนเดียวกันจริงๆ ทั้งรูปร่างหน้าตาและการแสดงอารมณ์ต่างๆ เป็นจุดเด่นสุดของเรื่องนี้จริงๆ

ผู้ชมจะได้เห็นช่วงเวลาวัยเด็กที่น้องนักแสดงเล่นได้ดีมาก กับเด็กที่คิดดีจิตใจดี แต่กลับค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นคนไร้อนาคต เพราะต้องเจอกับแม่ที่ไม่ปกติ ถึงขั้นบางครั้งพยายามฆ่าตัวตายพร้อมลูกจากอาการทางจิตที่แปรปรวน แม้เขาจะพยายามรักแม่เข้าใจแม่ แต่สุดท้ายก็เป็นไปไม่ได้ เพราะแม่ของเขาเป็นคนไม่ปกติที่เกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะช่วยเหลือได้ แม้ตอนที่เขาโตแล้วก็ยังแทบเหลืออดกับพฤติกรรมนอกลู่นอกทางของแม่ที่เกินเยียวยา

ซึ่งนักแสดงทั้งวัยเด็กและผู้ใหญ่ต่างรับบทส่งต่อสลับไปมาในแต่ละฉากต่อเนื่องเหมือนเป็นคนเดียวกันได้อย่างแนบเนียนลื่นไหล จากอดีตมาปัจจุบันในแต่ละเรื่อง ทำให้เห็นว่าอดีตที่มาจากบ้านเกิดหลังเขาแห่งนี้ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปได้อย่างไร

Amy Adams นักแสดงสาวชื่อดังมารับบท Bev แม่ที่พยายามเลี้ยงลูกให้มีอนาคต แต่ตัวเองกลับไร้อนาคต เป็นบทที่หนักหน่วงพอดู เพราะในเรื่องนี่เรียกว่าอยู่ๆ ก็สติแตกได้เรื่อยๆ ในขณะที่อีกแปบก็กลายเป็นแม่ที่น่าสงสารขอโทษลูก ซึ่งตัวละครเรื่องนี้มาจากชีวิตจริงๆ ของแม่คนเขียนเอง รวมถึงบทของยายที่เล่นโดยนักแสดงรุ่นเก๋า Glenn Close มารับบทยายที่มาเปลี่ยนแปลงชีวิตหลานให้ดีขึ้น แต่ลึกๆ แล้วการที่ Bev ใจแตกท้องตอนวัยรุ่น และกลายมาเป็นคนแบบนี้ ก็มีที่มาจากรุ่นพ่อแม่ก็คือยายนั่นเองที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้

ตัวหนังเผยให้เห็นชีวิตคนบ้านนอกที่พยายามอย่างหนักที่จะส่งเสียให้ลูกหลุดพ้นจากชีวิตที่ตัวเองเป็นอยู่ แต่แล้วกลับทำไม่สำเร็จ และก็มีปัญหาครอบครัวส่งต่อเนื่องมาหากัน จนมาถึงรุ่นของ J.D. ที่ยังคงเป็นอยู่ แม้จะพยายามหลุดพ้นจากอดีตที่ผูกกับแม่แล้ว แต่สายสัมพันธ์นั้นก็ดึงให้เขากลับไปเจอกันอีกครั้ง และเป็นช่วงเวลาแก้ปมที่ค้างคาทั้งหมด เพื่อที่เขาจะก้าวเดินต่อไปยังอนาคตที่รออยู่ได้

ตัวหนังถือว่าดูเพลินๆ ไปเรื่อยๆ กับชีวิตชนบทในอดีตของตัวเอก ควบคู่กับปัจจุบันที่เป็นดราม่าตอนโต ถือว่าหนังทำได้ดีทีเดียวกับการเล่าเรื่องชีวิตจริงที่ไม่ได้เป็นแบบนิยายมีเรื่องหักมุมลุ้นระทึกอะไรเลย แต่เป็นเรื่องราวการเติบโตของเด็กบ้านนอกคนนึงที่มีอดีตอันเลวร้ายไปสู่การประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างไร เป็นหนังที่ให้แง่คิดหลายๆ อย่างกับคนดู แต่อาจจะจืดชืดกับเรื่องราวมากไปหน่อยเท่านั้น